พาณิชย์แพร่ !!! ตรวจติดตามสถานการณ์สินค้า ปุ๋ย และก๊าซ LPG สร้างความมั่นใจ/เป็นธรรมต่อผู้บริโภค

พาณิชย์แพร่ !!! ตรวจติดตามสถานการณ์สินค้า ปุ๋ย และก๊าซ LPG สร้างความมั่นใจ/เป็นธรรมต่อผู้บริโภค

วันพุธที่ 25 มีนาคม 2569 เวลา 13.00 น. นายศุภสัณห์ ศิลป์ชูศรี พาณิชย์จังหวัดแพร่ มอบหมายให้ นายนางสาววันเพ็ญ สิงห์สุพรรณ พร้อมด้วยนายศิรินุสรณ์ เตชะ ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์สินค้าอุปโภคบริโภค ปุ๋ยเคมีการเกษตร และก๊าซ LPG ในพื้นที่อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ เพื่อติดตามภาวะราคา และปริมาณสินค้า การปิดป้ายแสดงราคา ให้เป็นไปตามกฎหมายและเป็นธรรมต่อผู้บริโภค

 
โดยได้ลงพื้นที่ ณ ห้างท๊อปเซ็นเตอร์ โดยสินค้าอุปโภคและบริโภคที่จำเป็น ยังคงราคาทรงตัวเท่ากับสัปดาห์ที่ผ่านมา และสินค้ามีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการในพื้นที่ อาทิเช่น ข้าวสารถุง 5 กิโลกรัม ราคา 110 – 130 บาท น้ำตาลทรายขาว ถุง 1 กิโลกรัม ราคา 30 บาท ส่วนน้ำมันพืช ปรับราคาขึ้น 1-2 บาท เนื่องจากเม็ดพลาสติกปรับขึ้นทำให้ต้นทุนสูงขึ้น โดยน้ำมันพืชปาล์ม หยกขวด 1 ลิตร ราคา 50 บาท น้ำมันพืชถั่วเหลือง กุ๊กและองุ่น ขวด 1 ลิตร ราคา 50 บาท ปุ๋ยเคมีการเกษตร ณ ร้านรัตนไชยการเกษตร พบว่า ปัจจุบันไม่มีปุ๋ยยูเรีย 46-0-0 จำหน่าย

 

โดยอยู่ระหว่างการสั่งซื้อจากผู้จำหน่ายต้นทาง ส่วนปุ๋ยชนิดอื่นสถานการณ์เป็นไปตามปกติ และสถานีบริการก๊าซ LPG ณ บริษัท วิริยะ เอ็นเนอร์ยี่ แอนด์ เซอร์วิส สาขาตำบลนาจักร มีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการในพื้นที่ จำนวนประชาชนมาใช้บริการเป็นไปตามปกติ ราคาลิตรละ 18.39 บาท อย่างไรก็ตาม ผลจากการปรับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น บริษัทฯแจ้งว่าตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม เป็นต้นไป จะปรับราคาก๊าซเพิ่มขึ้นอีก 0.60 สตางค์ สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ เป็นไปตามข้อสั่งการในการเฝ้าระวัง ติดตาม และเตรียมความพร้อมรองรับผลกระทบจากสถานการณ์ความผันผวน ด้านเศรษฐกิจและพลังงาน โดยมุ่งเน้นไม่ให้เกิดการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้าโดยไม่เป็นธรรม และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่

 

ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง หากพบการกระทำผิดกฎหมายด้านราคาหรือเครื่องชั่งตวงวัดไม่ถูกต้อง สามารถร้องเรียนได้ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่ โทร.054-511-118 หรือสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดและทุกอำเภอ สายด่วน 1567 หากเจ้าหน้าที่ฯ ตรวจสอบพบการกระทำความผิด จะดำเนินการตามกฎหมาย กรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคาสินค้า หรือจำหน่ายไม่ตรงราคา ต้องระวางโทษปรับพินัยไม่เกิน 10,000 บาท กรณีจำหน่ายในราคาสูงเกินสมควร/กักตุนสินค้า/ปฏิเสธการจำหน่าย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

Related posts